วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

16 july 2013

PHARMA  NEWS

ฉบับประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2556

ข่าวจากฝ่ายเภสัช

      ศูนย์เฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา โรงพยาบาลพุทธโสธร  ได้ทำการติดตามและรวบรวมข้อมูลอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ตั้งแต่ เดือน ตุลาคม  2555- มีนาคม 2556 โดยติดตามผู้ป่วย ทั้งหมด  1,492 คน เป็นผู้ป่วยแพ้ยารายใหม่  378  คน เป็นผู้ป่วยมีประวัติแพ้ยาเดิม  1,116 คน  พบว่า 5 อันดับแรก ของรายการยาที่พบอาการไม่พึงประสงค์เป็นดังนี้

 

  กราฟแสดงยาที่ผู้ป่วยแพ้รายใหม่ 5 อันดับแรก (ร้อยละ)





กราฟแสดงยาที่ผู้ป่วยแพ้จากประวัติเดิม 5 อันดับแรก(ร้อยละ)

 

สรุปอาการไม่พึงประสงค์จากยา ADR type A 


แพ้ยารายใหม่

      ชื่อยา                                                  อาการที่พบ

 1.Amlodipine                                     Peripheral Edema

2.Stavudine                                        Lipodystrophy

3. Enalapril                                         Cough

4.Zidovudine                                       Anemia

5. Tramadol                                        Nausea,Vomitting


ประวัติแพ้ยาเดิม

 ชื่อยา                                                    อาการที่พบ

1.  Enalapril                                           Cough

   Amlodipine

2. Tramadol                          Nausea,Vomitting,fatique 

3. Simvastatin                  Liver function test increased 

4. Bactrim                                Nausea,Vomitting,

                                              Bone marrow suppression 

     ซึ่ง ระบบของร่างกายที่เกิดอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้แก่ ระบบผิวหนังพบมากที่สุด  ต่อมาเป็นระบบทางเดินหายใจ  และระบบทางเดินอาหารตามลำดับ

 

 ผลการทำกิจกรรม Medication Reconciliation

 

       กลุ่ม งานเภสัชกรรม โรงพยาบาลพุทธโสธร ได้มีการดำเนินกิจกรรม ทบทวนการใช้ยาของผู้ป่วย ที่เป็นโรคเรื้อรัง เมื่อเข้าทำการนอนรักษาตัว เป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาล  โดยเปรียบเทียบ ยาที่ผู้ป่วยได้รับทั้งหมด ตั้งแต่อยู่ที่บ้าน รับยามาจากโรงพยาบาลอื่น ยาที่แพทย์สั่งขณะที่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล และยาที่แพทย์สั่งเมื่อผู้ป่วยกลับบ้าน เพื่อลดความคลาดเคลื่อนจากการใช้ยา  ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ลดความซ้ำซ้อนจากการกินยา ได้มีการดำเนินการครอบคลุมทุกหอผู้ป่วย อย่างเป็นระบบ สามารถสรุปผลการดำเนินการ เดือน มิถุนายน  2556 ดังนี้

  จำนวนใบสั่งยา ที่ดำเนินกิจกรรม medication reconciliation ในเดือน มิถุนายน 2555 มีทั้งหมด  55 ใบสั่งยา และมี  12 ใบสั่งยาที่ไม่ได้ทบทวนการใช้ยา แผนกที่มีการทบทวนใบสั่งยา มากที่สุด คือ แผนกอายุรกรรม รายละเอียดดังกราฟ

 

 

  กราฟแสดง ร้อยละของใบสั่งยา ที่ทำ medication reconciliation แยกตามแผนก



 

                                      ความรู้คู่ยา                                

 

Ketoconazole กับ ความเสี่ยงในการเกิดพิษต่อตับ

       สืบเนื่องจากประเทศฝรั่งเศส ระงับการจำหน่ายยา Nizoral ขนาด 200 mg.(Ketoconazole ขนาด 200 mg.  )หลังจาก หน่วยงานกำกับด้านยา ประเทศฝรั่งเศส (French Medicines Agency : AFSSAPS) ประเมินความปลอดภัย เปรียบเทียบความเสี่ยงและประโยชน์ที่ได้รับจากยา Ketoconazole แล้วพบว่า ยา Ketoconazole ทำให้เกิดตับเป็นพิษ ( Hepatotoxicity) ได้บ่อยและรุนแรงกว่ายาฆ่าเชื้อรากลุ่ม  azole ตัวอื่น และยังมีความสัมพันธ์ กับ การเกิดโรคตับเรื้อรังและโรคตับแข็ง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวไม่รวมถึง  Ketonazole ในรูปแบบครีม แชมพู และยาเหน็บ โดยประเทศฝรังเศสได้ใช้ข้อมูลความเสี่ยงเกี่ยวกับความเป็นพิษต่อตับ ของยา Ketoconazole ชนิดรับประทานดังนี้

 1.  ฐานข้อมูลเฝ้าระวังการใช้ยาประเทศฝรั่งเศส( ปี ค.ศ. 1985-2010) พบรายงานการเกิดอันตรายต่อตับที่สงสัยจากการใช้ยา ketoconazole  จำนวน  129  ราย โดยพบ hepatitis 64 ราย  toxic hepatitis 4 ราย  cytolytic hepatitis 3  ราย cholestatic hepatitis 7 ราย liver failure 5  ราย และ death 3 ราย

2. ข้อมูลจากการศึกษาที่ตีพิมพ์ พบเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ต่อตับแบบเฉียบพลันจำนวน 48 ฉบับ แบบร้ายแรง 16 ฉบับ แบบเรื้อรัง 4 ฉบับ และเกิดตับแข็ง  1 ฉบับ ระยะเวลาการเกิดพิษต่อตับ (onset) เกิดได้ตั้งแต่ 1 วัน จนถึง 24 สัปดาห์ โดยพบอุบัติการณ์การเกิดพิษต่อตับได้ตั้งแต่ 1 ต่อ 20,000 ถึง ร้อยละ 12

          สำหรับประเทศไทย ได้ตรวจสอบข้อมูลความเสี่ยงของยา ketoconazole ชนิดรับประทาน พบข้อมูลดังนี้

1. ฐานข้อมูลองค์การอนามัยโลก พบรายงานไม่พึงประสงค์ต่อระบบตับและน้ำดี จำนวนทั้งสิ้น 1,528 ฉบับ  2,300 อาการ โดยพบ hepatic function abnormal  มากที่สุด 529 อาการ รองลงมาได้แก่ hepatitis  439 รายการ และ jaundice จำนวน 274 อาการ เป็นต้น (ข้อมูลถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2554)

2. ฐานข้อมูลศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ (Thai vigibase) พบรายงานไม่พึงประสงค์ต่อระบบตับและน้ำดีจากยา ketoconazole ชนิดรับประทานฉบับแรก ในปี 2536 และถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2554) พบรายงานจำนวนทั้งสิ้น 34 ฉบับ ซึ่งแบ่งเป็นยา ketoconazole เป็นยาที่สงสัย (s) จำนวน 24 ฉบับ และยา ketoconazole  ที่ให้ร่วมกับยาอื่น(o) จำนวน 10 ฉบับ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 2.1  อาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบตับและน้ำดีจากยา ketoconazole ที่เป็นยาที่สงสัย(s)  มีจำนวน 27 อาการ ได้แก่ hepatitis  19 อาการ jauncice 5 อาการ hepatic enzyme increased,hepatocellular damage และ  hepatomegaly อย่างละ  1 อาการ

2.2 อาการไม่พึงประสงค์ ต่อระบบตับและน้ำดีจากยา  ketoconazole  ที่ให้ร่วมกับยาอื่น (o) มีจำนวน 10 อาการ ได้แก่ hepatic and jaundice 3 อาการ hepatitis 2 อาการ jaundice 2 อาการ  hepatic enzyme increased, hepatic function abnormal  และ hepatic function abnormal cholestasis intrahepatic  อย่างละ 1 อาการ

reference :  Ketoconazole กับความเสี่ยงตับเป็นพิษ. [online].  เข้าถึงได้จาก  http://thaihpvc.fda.moph.go.th/thaihvc/Public/News/uploads/hpvc_2_5_34.pdf






ทบทวนความเสี่ยงเพื่อการป้องกันเชิงระบบ

 

          ได้มีการทบทวนความเสี่ยง เรื่อง ยาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน  คือ ยา   Amitriptylline 25 mg. เป็นเม็ดยา สีเหลือง ดังภาพ



 Amitriptylline 25 mg.

 

       ซึ่งยา Amitriptylline 25 mg. มีขนาด ลักษณะเม็ดยาและสีของยา คล้ายคลึงกันกับยา  Haloperidol 2 mg.

 

Haloperidol 2 mg

         จึงได้มีการเปลี่ยนการจัดซื้อยา   Amitriptylline 25 mg. จากบริษัทเดิม มาเป็น จัดซื้อจากองค์การเภสัชกรรม  ลักษณะยาเป็นแผง สีเงิน ตัวหนังสือสีเขียว เพื่อป้องกันโอกาสในการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยา  ดังภาพ 

 

Amitriptylline  25 mg  แบบใหม่

            


 

 

 

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

1 august 2013

PHARMA  NEWS

ฉบับประจำวันที่ 1 กรกฎาคม 2556

 

ข่าวจากฝ่ายเภสัช

     เปลี่ยนแปลงยาในโรงพยาบาล

1. Amoxycillin 875 mg. และ Clavulanic acid 125 mg. tablet (สูตร Augmantin 1 g.)

      เปลี่ยนแปลงยาจาก ชื่อการค้า Augmantin® ของบริษัท  GlaxoSmithKline มาเป็นชื่อการค้า AMK® ของบริษัท R.X.Manufacturing Co.,Ltd ดังรูป




ยาเดิมตัดออกจากบัญชียาโรงพยาบาล



ยาใหม่เข้าบัญชียาโรงพยาบาล
 

 

 2. Amoxycillin 500 mg. และ Clavulanic acid 125 mg. tablet (สูตร Augmantin 1 g.) 

เปลี่ยนแปลง ยาจาก ชื่อการค้า Cavumox®  บริษัท Siam Pharmaceutical  มาเป็นชื่อการค้า Curam® บริษัท SANDOZ  ดังรูป


ยาเดิม






ยาใหม่

 

3. Reparil tablet.

เปลี่ยนแปลงยา จากรูปแบบ เม็ดเปลือย มาเป็นรูปแบบ แผง ๆ ละ  10 เม็ด โดยยังคงเป็นยาของบริษัทเดิม คือ ผลิตโดย บริษัท Madaus GmbH,ดังรูป

 

ยารูปแบบเดิม






ยารูปแบบใหม่

ผลการดำเนินงาน ถุงผ้า งานบริการเภสัชกรรมผู้ป่วย นอก            

       

          กลุ่ม งานเภสัชกรรม โรงพยาบาลพุทธโสธร ได้จัดกิจกรรม มอบถุงผ้าใส่ยา ให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง และต้องมาพบแพทย์ตามนัดอย่างต่อเนื่อง  โดยส่งมอบยาใส่ลงในถุงผ้า และอธิบายให้ผู้ป่วยนำยาที่เหลือทั้งหมดใส่ลงในถุงผ้า เมื่อมารับยาครั้งต่อไป เมื่อผู้ป่วยมารับยาพร้อมกับยาที่เหลือในถุงผ้า  เจ้าหน้าที่จะนำยาเดิมที่เหลือมาตรวจสอบสภาพและวันหมดอายุ  หากยามีสภาพที่ดี  จะนำยาเดิมกลับมาใช้กลับผู้ป่วยคนเดิม โดยหักลบยาเดิมจากยาที่แพทย์สั่ง ทำให้ผู้ป่วยได้ใช้ยาเดิมจนหมด ป้องกันการใช้ยาที่เสื่อมสภาพ หรือหมดอายุ และลดค่าใช้จ่ายด้านยาของโรงพยาบาลได้อีกด้วย

         ผลการดำเนินการ ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2555- เดือน พฤษภาคม 2556 เป็นดังนี้

 

 





มูลค่ายาที่สามารถประหยัดได้ ดังกราฟ


 

               จากการดำ กิจกรรม ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2555 จนถึง เดือน พฤษภาคม 2556 มีผู้ป่วยเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งหมด 2,874  คน โรงพยาบาลนำยาเดิมของผู้ป่วยกลับมาให้ผู้ป่วยคนเดิมใช้ ทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านยาของโรงพยาบาลได้  คิดเป็น มูลค่า 934,979.23 บาท

 

       สรุปผลการประเมินการใช้ยา ปีงบประมาณ 2555

          กลุ่มงานเภสัชกรรม ได้ทำการประเมินความเหมาะสมในการใช้ยา ในยา 4 กลุ่ม ได้แก่

            1. ยาลดไขมันกลุ่ม  statin  4 รายการ คือ

          - Pravastatin  tablet 40 mg. (​Mevalotin ®)

          - Rosuvastatin tablet 10 mg. (Crestor ®)

          - Atrovastatin tablet 20 mg. (Xerator ® )

          - Pitavastatin  tabet 2 mg. (Livalo ® )

           2. ยาต้านการอักเสบ กลุ่ม  Selective COX2 Inhibitor 5 รายการ คือ

          - Cerecoxib tablet 200 mg. (Cerebrex  ® 200 mg)

          - Cerecoxib tablet 400 mg. (Cerebrex  ® 400 mg)

          - Etoricoxib  tablet 60 mg. (Arcoxia ® 60 mg)

          - Etoricoxib tablet 90 mg. (Arcoxia ® 90 mg)

          - Parecoxib injection  40 mg. (Dynastat ®)

         3. ยาลดความดัน กลุ่ม Angiotensin Receptor blocker (ARBs) 6 รายการ คือ

         - Irbesartan tablet 300 mg. (Aprovel ®)

         - Telmisartan tablet 40 mg. (Micardis ® )

         - Valsartan tablet 80 mg. (Divan ® )

         - Valsartan 160 mg+ amlodipin 5 mg tablet. (Exforge ® )

         - Candesartan tablet 16 mg. (Blopress ® )

         - Olmesartan 20 - Amlodipine  5 (Normetec ®)

        4.ยาลดกรดกลุ่ม Proton Pump Inhibitor 3 รายการ คือ

        - Esomeprazole tablet 20 mg. (Nexium ® )

        - Lansoprazole tablet 30 mg (Prevacid ® )

        - Rabeprazole  tablet 20 mg (Pariet ® )

          จากการประเมินผลการใช้ยาตามเกณฑ์ ที่ได้จัดทำขึ้น พบว่า มีการสั่งใช้ยาไม่เหมาะสมตามเกณฑ์ ในยาแต่ละกลุ่มดังนี้

       ยาลดไขมันกลุ่ม  Statins

             มีการประเมิน ความเหมาะสมในการใช้ยาทั้งหมด 259 คน ผลเป็นดังนี้ 



      จากกราฟ พบว่า ยา Pitavastatin มีการสั่งใช้ยาไม่เหมาะสมตามเกณฑ์ มากที่สุด คือ 22.39 %


          ยาต้านการอักเสบ กลุ่ม  Selective COX2 Inhibitor 

             มีการประเมิน ความเหมาะสมในการใช้ยาทั้งหมด 832  คน ผลเป็นดังนี้ 

 

     จากกราฟ พบว่า ยา Parecoxib  มีการสั่งใช้ยาไม่เหมาะสมตามเกณฑ์ มากที่สุด คือ 41.67 %

 

      ยาลดความดัน กลุ่ม Angiotensin Receptor blocker

           มีการประเมิน ความเหมาะสมในการใช้ยาทั้งหมด 284   คน ผลเป็นดังนี้

           จากกราฟ พบว่า ยา Normetec (  Olmesartan 20 mg. +Amlodipine  5 mg) มีการสั่งใช้ยาไม่เหมาะสมตามเกณฑ์ มากที่สุด คือ 50  %

ยาลดกรด กลุ่ม Proton Pump Inhibitor

             มีการประเมิน ความเหมาะสมในการใช้ยาทั้งหมด 135   คน ผลเป็นดังนี้ 

 

     ยา Lansoprazole  มีการสั่งใช้ยา ทั้งหมด  16  คน พบว่าการสั่งใช้ยาเหมาะสมตามเกณฑ์  100 %

            เมื่อพิจารณา เป็นกลุ่มยา พบว่า ยาลดความดัน กลุ่ม  Angiotensin Receptor blocker มีการสั่งใช้ยาไม่เหมาะสมตามเกณฑ์ มากที่สุด คือ 30.28 % ดังกราฟ

      ทบทวนความเสี่ยง เพื่อการป้องกันเชิงระบบ

          พบความคลาดเคลื่อน ในการจ่ายยา คือ จ่ายยาที่ฉลากยาผิด รายละเอียด เป็นดังนี้

           ผู้ป่วยมารับการตรวจที่ แผนกผู้ป่วยนอก แพทย์สั่งยา methimazole 5 mg. 3 x 1 มีการจ่ายยาเป็น methimazole 5 mg. แต่ฉลากยาเป็น methadone 5mg.

          ใบสั่งยาที่เกิดความคลาดเคลื่อน 

 

          

          เมื่อพบความคลาดเคลื่อน ได้ทำการติดตามผู้ป่วย พบว่าผู้ป่วยได้รับยาเป็น methimazole ถูกต้อง และตรวจสอบปริมาณยาสำรอง  methadone  พบว่าไม่ได้จ่ายยาชนิดนี้ออกไป จึงได้มีการทบทวนสาเหตุของความคลาดเคลื่อน พบว่า เกิดจากขั้นตอนการพิมพ์ชื่อยา โดย ชื่อยาในโปรแกรมคอมพิวเตอร์  ของยา methimazole และ mthadone ชื่อยาอยู่ติดกัน  ขนาดความแรงของยา มีขนาดเดียวกัน คือ methimazole 5 mg. และ methadone 5 mg. ทำให้มีโอกาสเกิดความคลาดเคลื่อนได้

          การแก้ไข

     1. แก้ไขประวัติยาของผู้ป่วยในฐานข้อมูล ระบบคอมพิวเตอร์ ของโรงพยาบาลให้ถูกต้อง

     2. ทบทวนความคลาดเคลื่อนในหน่วยงาน ให้ผู้ปฏิบัติระมัดระวัง

     3. ปรับปรุงข้อมูลชื่อยา ในระบบคอมพิวเตอร์ ให้ methimazole 5 mg. ใช้ชื่อยาเป็น MMI 5 mg. ส่วน Methadone 5 mg. ให้ใช้ชื่อเดิม เพื่อป้องกันโอกาสในการเกิดความคลาดเคลื่อน